หากพูดถึงการแก้ชงหรือขอพรในวันตรุษจีน "วัดมังกรกมลาวาส" หรือที่เรารู้จักกันดีในชื่อ "วัดเล่งเน่ยยี่" คือเบอร์หนึ่งในย...
หากพูดถึงการแก้ชงหรือขอพรในวันตรุษจีน "วัดมังกรกมลาวาส" หรือที่เรารู้จักกันดีในชื่อ "วัดเล่งเน่ยยี่" คือเบอร์หนึ่งในย่านเยาวราชเลยครับ นี่คือประวัติและเรื่องน่าสนใจที่คุณควรรู้ก่อนไปไหว้เสริมดวงครับ
ประวัติและความเป็นมา
วัดเล่งเน่ยยี่ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2414 (ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5) โดยใช้เวลาก่อสร้างนานถึง 8 ปี มีความสำคัญในฐานะ วัดสังฆารามตามลัทธินิกายมหายาน ที่เก่าแก่และใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในไทย
ผู้ก่อตั้ง: พระอาจารย์สกเห็ง (ท่านเดินทางมาจากเมืองจีนเพื่อเผยแผ่พระพุทธศาสนา)
ชื่อวัด: คำว่า "เล่ง" แปลว่า มังกร, "เน่ย" แปลว่า ดอกบัว และ "ยี่" แปลว่า วัด รัชกาลที่ 5 พระราชทานนามภาษาไทยให้ว่า "วัดมังกรกมลาวาส"
จุดเด่นที่ห้ามพลาด
วัดนี้ถูกสร้างตามหลักฮวงจุ้ยและสถาปัตยกรรมจีนตอนใต้ (สกุลช่างแต้จิ๋ว) ที่เรียกว่า "ซื่อเตี้ยนกิม" (วางผังอาคาร 4 หลัง ล้อมลานเอนกประสงค์)
1. เจาะลึกสถาปัตยกรรม: "วังจักรพรรดิบนดิน"
วัดเล่งเน่ยยี่ไม่ได้สร้างขึ้นเพื่อความเป็นสิริมงคลอย่างเดียว แต่เป็นการจำลองอาคารแบบพระราชวังจีนมาไว้ที่เยาวราช:
โครงสร้างไม้แบบโบราณ: อาคารทั้งหมดถูกสร้างโดยไม่ใช้ตะปูแม้แต่ตัวเดียว แต่ใช้เทคนิคการเข้าไม้แบบจีนโบราณที่เรียกว่า "เต๋าเก่ง" ทำให้โครงสร้างมีความยืดหยุ่นและคงทนมานานกว่าร้อยปี
หลังคามังกร: สังเกตบนหลังคาจะมีการประดับด้วยเครื่องปั้นดินเผาเคลือบรูปมังกรและสัตว์มงคลตามความเชื่อจีน ซึ่งมักจะเน้นสีแดงและทองเป็นหลักเพื่อแสดงถึงบารมีและโชคลาภ
การวางผัง: เป็นแบบ "3 อาราม" คือ อารามท้าวจตุโลกบาล, อารามพระอุโบสถ (ที่ประดิษฐานพระประธาน) และอารามวิหารบูรพาจารย์ ซึ่งสะท้อนถึงลำดับชั้นความศักดิ์สิทธิ์
2. ลำดับเทพเจ้าและการขอพร (ไหว้จุดไหน ได้อะไร?)
พระประธาน 3 องค์: ในพระอุโบสถจะมีพระพุทธเจ้า 3 พระองค์ คือ พระศากยมุนีพุทธเจ้า (ปัจจุบัน), พระอมิตาภพุทธเจ้า (อดีต) และ พระไภษัชยคุรุพุทธเจ้า (พระพุทธเจ้าแห่งการรักษาโรค) ใครที่เจ็บป่วยบ่อยมักมาขอพรตรงจุดนี้
ไท่ส่วยเอี๊ยะ (เทพเจ้าคุ้มครองดวงชะตา): อยู่ทางด้านขวาของพระอุโบสถ เป็นจุดที่คนแน่นที่สุด เพราะเชื่อว่าท่านมีอำนาจคุมดวงชะตาของมนุษย์ทุกคน ไม่ใช่แค่คนปีชงเท่านั้นที่ไหว้ได้ แต่คนดวงดีอยู่แล้วก็มาไหว้เพื่อให้ "เฮงต่อเนื่อง"
หั่วท้อเซียนซือ (เทพเจ้าแห่งการแพทย์): ใครที่มีปัญหาสุขภาพเรื้อรัง ต้องมาจุดนี้
ไฉ่ซิงเอี๊ยะ (เทพเจ้าแห่งโชคลาภ): สำหรับพ่อค้าแม่ค้าชาวเยาวราช ท่านคือ "The Must" ที่ต้องมาขอให้ค้าขายร่ำรวย เงินทองไหลมาเทมา
พระประธาน 3 องค์: ในพระอุโบสถจะมีพระพุทธเจ้า 3 พระองค์ คือ พระศากยมุนีพุทธเจ้า (ปัจจุบัน), พระอมิตาภพุทธเจ้า (อดีต) และ พระไภษัชยคุรุพุทธเจ้า (พระพุทธเจ้าแห่งการรักษาโรค) ใครที่เจ็บป่วยบ่อยมักมาขอพรตรงจุดนี้
ไท่ส่วยเอี๊ยะ (เทพเจ้าคุ้มครองดวงชะตา): อยู่ทางด้านขวาของพระอุโบสถ เป็นจุดที่คนแน่นที่สุด เพราะเชื่อว่าท่านมีอำนาจคุมดวงชะตาของมนุษย์ทุกคน ไม่ใช่แค่คนปีชงเท่านั้นที่ไหว้ได้ แต่คนดวงดีอยู่แล้วก็มาไหว้เพื่อให้ "เฮงต่อเนื่อง"
หั่วท้อเซียนซือ (เทพเจ้าแห่งการแพทย์): ใครที่มีปัญหาสุขภาพเรื้อรัง ต้องมาจุดนี้
ไฉ่ซิงเอี๊ยะ (เทพเจ้าแห่งโชคลาภ): สำหรับพ่อค้าแม่ค้าชาวเยาวราช ท่านคือ "The Must" ที่ต้องมาขอให้ค้าขายร่ำรวย เงินทองไหลมาเทมา
3. ความลับของ "มังกร" แห่งกรุงเทพฯ
คนจีนเชื่อว่ากรุงเทพฯ มี "เส้นมังกร" (Dragon Line) พาดผ่าน และวัดเล่งเน่ยยี่ตั้งอยู่บนตำแหน่งสำคัญที่สุด:
หัวมังกร: อยู่ที่เยาวราช (วัดเล่งเน่ยยี่) ซึ่งเป็นจุดที่มีการค้าขายคึกคักและมีเงินหมุนเวียนสูงที่สุด เปรียบเหมือนปากมังกรที่คอยกินทรัพย์เข้าเมือง
ท้องมังกร: อยู่ที่วัดเล่งฮกยี่ จ.ฉะเชิงเทรา (วัดหลวงพ่อโสธร) ซึ่งเป็นแหล่งเกษตรกรรมและอาหารที่อุดมสมบูรณ์
หางมังกร: อยู่ที่วัดเล่งฮัวยี่ จ.จันทบุรี ซึ่งเป็นแหล่งอัญมณีและทรัพยากรธรรมชาติ
4. เคล็ดลับการไปไหว้ช่วงตรุษจีน 2569
เวลาที่ดีที่สุด: แนะนำให้ไปถึงวัดก่อน 8:00 น. หรือไปช่วงค่ำ (วัดมักจะขยายเวลาเปิดในช่วงเทศกาล) แสงไฟในวัดตอนกลางคืนสวยงามและขลังมาก
เตรียมตัวแก้ชง: หากไปแก้ชง คุณจะต้องซื้อชุดฝากดวง (กระดาษแดง) เขียนชื่อ-นามสกุล แล้วนำไป "ปัดออกจากตัว" 12 ครั้ง (ตามจำนวนเดือนจันทรคติจีนในปีนั้น) เพื่อปัดสิ่งไม่ดีออกไป
ทำบุญเติมน้ำมันตะเกียง: เชื่อว่าเป็นการเติมแสงสว่างให้ชีวิต ให้ราบรื่นไม่ติดขัด
ไหว้เจ้าแม่กวนอิม: ที่วัดจะมีวิหารพระกวนอิมโพธิสัตว์ เหมาะสำหรับขอเรื่องเมตตามหานิยมและความสงบสุขในครอบครัว
ข้อระวัง: ปีชง 100% อย่างปีชวด ควรหลีกเลี่ยงการไปงานศพ หรือถ้าเลี่ยงไม่ได้ ให้พกกิ่งใบทับทิมติดตัวไว้ และล้างหน้าด้วยน้ำใบทับทิมเมื่อกลับถึงบ้านครับ
เวลาที่ดีที่สุด: แนะนำให้ไปถึงวัดก่อน 8:00 น. หรือไปช่วงค่ำ (วัดมักจะขยายเวลาเปิดในช่วงเทศกาล) แสงไฟในวัดตอนกลางคืนสวยงามและขลังมาก
เตรียมตัวแก้ชง: หากไปแก้ชง คุณจะต้องซื้อชุดฝากดวง (กระดาษแดง) เขียนชื่อ-นามสกุล แล้วนำไป "ปัดออกจากตัว" 12 ครั้ง (ตามจำนวนเดือนจันทรคติจีนในปีนั้น) เพื่อปัดสิ่งไม่ดีออกไป
ทำบุญเติมน้ำมันตะเกียง: เชื่อว่าเป็นการเติมแสงสว่างให้ชีวิต ให้ราบรื่นไม่ติดขัด
ไหว้เจ้าแม่กวนอิม: ที่วัดจะมีวิหารพระกวนอิมโพธิสัตว์ เหมาะสำหรับขอเรื่องเมตตามหานิยมและความสงบสุขในครอบครัว
ข้อระวัง: ปีชง 100% อย่างปีชวด ควรหลีกเลี่ยงการไปงานศพ หรือถ้าเลี่ยงไม่ได้ ให้พกกิ่งใบทับทิมติดตัวไว้ และล้างหน้าด้วยน้ำใบทับทิมเมื่อกลับถึงบ้านครับ
ข้อควรรู้ในการไปเยือน
การแต่งตัว: ควรแต่งกายสุภาพ (เสื้อมีแขน กางเกง/กระโปรงคลุมเข่า) เนื่องจากเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และมีผู้คนหนาแน่น
ช่วงเวลา: หากไปช่วงตรุษจีนหรือวันหยุด คนจะเยอะมาก แนะนำให้ไปช่วงเช้าวันธรรมดาจะเดินไหว้ได้สงบกว่า
เกร็ดเล็กน้อย: ในวัดมีเทพเจ้ามากกว่า 58 องค์ ไม่ได้มีแค่แก้ชงนะครับ ใครอยากขอเรื่องความรัก สุขภาพ หรือโชคลาภ ก็มีเทพเจ้าเฉพาะทางให้ขอครบจบในที่เดียว!
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
การเดินทาง
1. รถไฟฟ้า (MRT) - สะดวกที่สุด
สายสีน้ำเงิน (MRT Blue Line): ลงที่ สถานีวัดมังกร
ทางออก: ใช้ ทางออกที่ 3 (ถนนเจริญกรุง) * เมื่อเดินขึ้นมาบนถนนเจริญกรุง ให้เลี้ยวขวาเดินต่ออีกประมาณ 100-200 เมตร วัดจะอยู่ทางขวามือครับ
เกร็ดน่ารู้: ตัวสถานีวัดมังกรตกแต่งสวยงามมาก เป็นแลนด์มาร์คถ่ายรูปสไตล์จีนที่ต้องแวะก่อนไปวัดครับ
2. รถเมล์ (Bus)
เนื่องจากวัดตั้งอยู่บนถนนเจริญกรุง ซึ่งเป็นเดินรถทางเดียว (One-way) ในบางช่วง การเลือกสายรถเมล์จึงต้องดูฝั่งให้ดีครับ:
สายที่ผ่านหน้าวัด (ถ.เจริญกรุง): 1, 4, 7, 21, 25, 35, 40, 49, 53, 73, 501, 507, 529
หมายเหตุ: หากรถเมล์วิ่งมาจากหัวลำโพง จะผ่านหน้าวัดพอดี แต่ถ้ามาจากฝั่งสะพานพุทธ รถจะวิ่งเข้าทางถนนเยาวราช คุณต้องลงแถวตลาดเก่าแล้วเดินย้อนมาทางถนนเจริญกรุงครับ
3. รถยนต์ส่วนตัว
ไม่แนะนำอย่างยิ่งในช่วงเทศกาล (ตรุษจีน/งานแก้ชง) เพราะรถติดหนักมากและหาที่จอดรถยาก แต่ถ้าจำเป็น มีจุดจอดรถใกล้เคียงดังนี้ (มีค่าบริการ):
อาคารจอดรถวัดชัยภูมิการาม: อยู่ในซอยถัดจากวัดไปเล็กน้อย
อาคารจอดรถ I'm Chinatown: อยู่ฝั่งตรงข้ามเยื้องๆ กับวัด (ใกล้ MRT)
อาคารจอดรถสมาคมฮากกา: บนถนนเจริญกรุง
4. เรือด่วนเจ้าพระยา (River Boat)
ลงที่ ท่าราชวงศ์ (N5)
เดินตรงขึ้นมาตามถนนราชวงศ์จนถึงแยกราชวงศ์ (ตัดกับถนนเยาวราช) แล้วเลี้ยวขวาเดินต่อมายังถนนเจริญกรุง ระยะทางรวมประมาณ 500-700 เมตร (เดินชมตลาดเพลินๆ ได้ครับ)
ข้อมูลสำคัญสำหรับวางแผน:
เวลาเปิด-ปิด: * จันทร์ - ศุกร์: 08:00 – 16:30 น.
เสาร์ - อาทิตย์: 08:00 – 17:30 น.
(ช่วงตรุษจีนปี 2569 อาจมีการขยายเวลาเปิดเป็นพิเศษถึงช่วงค่ำ)
ที่ตั้ง:
423 ถนนเจริญกรุง แขวงป้อมปราบ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯ






COMMENTS