ในขณะที่สหรัฐฯ กำลังเริ่มต้นโปรแกรมทดลองใน 26 รัฐ ทางฝั่ง จีนได้ประกาศความสำเร็จในการทดสอบบินขนส่งสินค้าข้ามมณฑลด้วยอากาศยานไร้...
ในขณะที่สหรัฐฯ กำลังเริ่มต้นโปรแกรมทดลองใน 26 รัฐ ทางฝั่งจีนได้ประกาศความสำเร็จในการทดสอบบินขนส่งสินค้าข้ามมณฑลด้วยอากาศยานไร้คนขับขนาดใหญ่ (Large Cargo UAV) ซึ่งสามารถบรรทุกน้ำหนักได้มากกว่า 2 ตัน และบินได้ระยะไกลกว่า 1,000 กิโลเมตร
โดยมุ่งเน้นไปที่การเชื่อมต่อระเบียงเศรษฐกิจระหว่างมณฑลเสฉวนและพื้นที่ภาคตะวันออก เพื่อลดระยะเวลาการขนส่งสินค้าเกษตรและชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์จากเดิมที่ต้องใช้รถบรรทุกวิ่งข้ามวัน ให้เหลือเพียงไม่กี่ชั่วโมง
หัวใจสำคัญที่ทำให้จีนขยับตัวได้เร็วคือยุทธศาสตร์ "Low-Altitude Economy" (เศรษฐกิจระดับต่ำ) ที่รัฐบาลจีนบรรจุไว้ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติ
โดยมีการจัดตั้งเขตทดลองการบินระดับต่ำในเมืองยุทธศาสตร์อย่าง เซินเจิ้น และ กว่างโจว ซึ่งปัจจุบันมีการใช้งานโดรนส่งอาหารและพัสดุขนาดเล็กในเชิงพาณิชย์ไปแล้วนับแสนเที่ยวบินต่อปี
นอกจากนี้ บริษัทเทคโนโลยีสัญชาติจีนอย่าง EHang ยังได้รับใบรับรองประเภทเครื่องบิน (Type Certificate) สำหรับโดรนบรรทุกผู้โดยสารและสินค้าอัตโนมัติรายแรกของโลก ซึ่งเป็นการยืนยันว่ามาตรฐานความปลอดภัยของจีนพร้อมสำหรับการใช้งานในระดับสาธารณะแล้ว
การชิงไหวชิงพริบ: มาตรฐานโลกใครจะเป็นคนกำหนด?
ความเคลื่อนไหวของจีนในรอบสัปดาห์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการแข่งขันที่รุนแรงกับสหรัฐฯ เพราะในขณะที่สหรัฐฯ เน้นการรวมระบบ eVTOL เข้ากับน่านฟ้าเดิมอย่างระมัดระวัง จีนกลับเลือกใช้วิธีสร้างโครงสร้างพื้นฐานใหม่สำหรับ "เศรษฐกิจระดับต่ำ" โดยเฉพาะ มีการสร้างรันเวย์ขนาดเล็กและสถานีชาร์จไฟสำหรับโดรนขนส่งกระจายตัวอยู่ตามดาดฟ้าตึกและศูนย์กระจายสินค้า
นักวิเคราะห์มองว่า การแข่งขันนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของ "ใครบินได้ก่อน" แต่เป็นเรื่องของ "ใครจะกำหนดมาตรฐานกลางของโลก" ในการจัดการจราจรทางอากาศยุคใหม่ (UTM - Unmanned Traffic Management) ซึ่งจีนกำลังใช้ความได้เปรียบจากการมีฐานผลิตแบตเตอรี่และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก มาเป็นแรงส่งให้ต้นทุนการขนส่งทางอากาศยุคใหม่ของเขานั้น "ถูกกว่า" และ "เข้าถึงง่ายกว่า" ฝั่งตะวันตกอย่างชัดเจน
COMMENTS