รายงานข่าวแจ้งว่า บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR เพิ่มช่องทางจำหน่ายน้ำมันดีเซล B20 ที่ พีทีที สเตชั่น สระบุรี และ พี...
รายงานข่าวแจ้งว่า บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR เพิ่มช่องทางจำหน่ายน้ำมันดีเซล B20 ที่ พีทีที สเตชั่น สระบุรี และ พีทีที สเตชั่น สิงหนคร จ. สงขลา เพิ่มความสะดวกและทางเลือกให้กับผู้ที่ใช้รถที่ใช้น้ำมันประเภทนี้ เพื่อบรรเทาภาระของภาคขนส่ง อุตสาหกรรม และเกษตรกรรม ให้สามารถบริหารต้นทุนได้ดีขึ้น
โดยจำหน่ายราคาที่ต่ำกว่าดีเซล B7 ถึง 5 บาทต่อลิตร ซึ่งเริ่มจำหน่ายที่สถานีบริการ พีทีที สเตชั่น สระบุรี แล้วและจะเริ่มจำหน่ายที่ พีทีที สเตชั่น สิงหนคร จ.สงขลา ในวันที่ 4 เมษายน 2569
ทำความรู้จัก B20
สำหรับน้ำมันดีเซล B20 มีส่วนผสมไบโอดีเซลจากน้ำมันปาล์ม 20% ผลิตจากวัตถุดิบเกษตรในประเทศตามมาตรฐานสากล เหมาะสำหรับเครื่องยนต์ดีเซลขนาดใหญ่ ทั้งรถบรรทุก รถโดยสาร เครื่องจักรอุตสาหกรรม และเครื่องจักรที่ใช้ในการเกษตรกรรม ซึ่งนอกจากจะช่วยลดต้นทุนพลังงานของผู้ประกอบการแล้ว การใช้ B20 ยังเป็นการสนับสนุนเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมัน ลดการพึ่งพาพลังงานนำเข้า และส่งเสริมการใช้พลังงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สอดคล้องกับนโยบายความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ
🔍 วิเคราะห์กลยุทธ์ "OR ดัน B20"
1. หมัดหนักที่ "ส่วนต่างราคา 5 บาท"
ในขณะที่บางจากเน้นการ "แลกเปลี่ยน" (Barter) แต่ OR เลือกใช้ "สงครามราคา" แบบหมัดตรงครับ
ส่วนต่าง 5 บาท/ลิตร: สำหรับรถบรรทุกหรือเครื่องจักรเกษตรที่เติมทีละหลายร้อยลิตร ส่วนต่างนี้คือ "ลมหายใจ" ของต้นทุนขนส่งเลยครับ
Target ชัดเจน: OR ไม่ได้เน้นรถเก๋งทั่วไป แต่เล็งไปที่รถบรรทุก รถโดยสาร และเกษตรกรรม ซึ่งเป็นกลุ่มที่ใช้ปริมาณน้ำมันมหาศาล (High Volume)
2. การเลือก "ยุทธศาสตร์ทำเล" (สระบุรี และ สิงหนคร)
นี่คือการวางหมากที่ฉลาดมากครับ:
สระบุรี: คือประตูสู่ภาคอีสานและแหล่งอุตสาหกรรมหนัก (ปูนซีเมนต์/หิน) รถบรรทุกวิ่งกันยับ 24 ชม.
สิงหนคร จ.สงขลา: คือจุดยุทธศาสตร์ภาคใต้ เชื่อมต่อการขนส่งสินค้าข้ามพรมแดนและอุตสาหกรรมประมง/เกษตร
วิเคราะห์: OR ไม่ได้สุ่มเลือกปั๊ม แต่เลือกจุดที่ "รถใหญ่" มารวมตัวกันมากที่สุด เพื่อให้ยอดขาย B20 วิ่งฉิวตั้งแต่วันแรก
3. ยิงปืนนัดเดียวได้นก 3 ตัว (เหนือกว่าบางจากไปอีกขั้นในแง่ Policy)
ตัวที่ 1 (ช่วยผู้ประกอบการ): ลดต้นทุนค่าขนส่งโดยตรง 5 บาทต่อลิตร
ตัวที่ 2 (ช่วยเกษตรกร): การใช้ B20 (ผสมปาล์ม 20%) คือการดูดซับสต็อกน้ำมันปาล์มดิบในประเทศ ช่วยพยุงราคาปาล์มให้เกษตรกรชาวใต้
ตัวที่ 3 (ความมั่นคงพลังงาน): ลดการนำเข้าน้ำมันดิบจากต่างประเทศ ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลและได้ภาพลักษณ์ Green Energy ไปในตัว
💡 มุมมองที่ผู้อ่าน Moving Mag จะได้รับ
ผู้ประกอบการขนส่ง: นี่คือทางรอดในการบริหาร Cash Flow ถ้าเครื่องยนต์รองรับ B20 การเปลี่ยนมาใช้ตัวนี้จะช่วยเพิ่มกำไรสุทธิจากส่วนต่างค่าน้ำมันได้ทันที
เกษตรกร: เห็นสัญญาณบวกว่าราคาปาล์มจะมีที่ไป เพราะยักษ์ใหญ่อย่าง OR เริ่มขยับตัวดึงน้ำมันปาล์มมาใช้ในสัดส่วนที่สูงขึ้น
นักลงทุน: เห็นความแข็งแกร่งของ OR ในการรักษาฐานลูกค้ากลุ่มอุตสาหกรรม (B2B) และการตอบสนองต่อนโยบายรัฐที่รวดเร็ว
🧐 ข้อสังเกตและคำเตือน (สิ่งที่ต้องระวัง)
ความเสี่ยงเรื่องเครื่องยนต์: แม้จะบอกว่าใช้ได้ แต่เจ้าของรถต้องเช็คคู่มือให้ดีว่ารถรุ่นนั้นๆ รองรับ B20 หรือไม่ เพราะถ้าใช้ผิดประเภทในระยะยาวอาจมีปัญหาเรื่องกรองน้ำมันหรือหัวฉีดอุดตันได้
การกระจายสินค้า: ปัจจุบันนำร่องแค่ไม่กี่สาขา หากผู้ประกอบการอยากใช้ทั่วประเทศ OR จะขยายระบบ Logistics ทันไหม? หรือจะเป็นเพียงโครงการช่วยเฉพาะจุดช่วงน้ำมันแพง?


COMMENTS