ในขณะที่ตัวเลขดัชนีดูดีขึ้น แต่ภาค " Real Sector" หรือผู้ผลิตในไทยกลับกำลังเผชิญศึกหนักจากผลกระทบต่อเนื่องของความขัดแย้งในตะวันอ...
ในขณะที่ตัวเลขดัชนีดูดีขึ้น แต่ภาค "Real Sector" หรือผู้ผลิตในไทยกลับกำลังเผชิญศึกหนักจากผลกระทบต่อเนื่องของความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อจนกระทบห่วงโซ่อุปทานโลกอย่างรุนแรง
ประเด็นที่น่าจับตา:
- อุตสาหกรรมชะงัก: ยักษ์ใหญ่อย่าง SCG ต้องประกาศหยุดเดินเครื่องโรงงานโอเลฟินส์ที่ระยองชั่วคราว เนื่องจากปัญหาการขนส่งวัตถุดิบปิโตรเคมีจากตะวันออกกลาง
- สินค้าอุปโภคจ่อขึ้นราคา: TFMAMA (มาม่า) และ TOA
(สีทาบ้าน) เริ่มส่งสัญญาณเตือนเรื่องการขาดแคลนเม็ดพลาสติกสำหรับทำบรรจุภัณฑ์ โดยเฉพาะ TOA ที่ระบุว่าเหลือสต็อกวัตถุดิบรองรับได้อีกเพียงไม่กี่สัปดาห์เท่านั้น
- โลจิสติกส์คือหัวใจ: การหยุดชะงักของเส้นทางเดินเรือส่งผลกระทบเป็นโดมิโนมาถึงราคาสินค้าในมือผู้บริโภคชาวไทยอย่างเลี่ยงไม่ได้
มุมมอง
Moving Mag: นี่คือบทพิสูจน์ความแข็งแกร่งของ
Supply Chain ไทย
หากสถานการณ์ยังยืดเยื้อ
เราอาจได้เห็นการปรับโครงสร้างราคาสินค้าครั้งใหญ่ในไตรมาส
2 นี้แน่น
ผลกระทบถึงประชาชน
วิกฤตการขาดแคลนวัตถุดิบปิโตรเคมีในปี 2569 นี้ ไม่ได้หยุดอยู่แค่ที่โรงงาน แต่กำลังไหลผ่านห่วงโซ่การผลิตไปสู่ "ราคาสินค้าอุปโภคบริโภค" อย่างเลี่ยงไม่ได้ Moving mag สรุปผลกระทบเชิงตัวเลขและประเด็นสำคัญมาดังนี้
ระเบิดเวลาค่าครองชีพ:
เมื่อ
"ของแพง"
เริ่มต้นที่เม็ดพลาสติก
การที่วัตถุดิบต้นน้ำอย่างแนฟทาขาดแคลนและราคาสูงขึ้น
ส่งผลกระทบเป็นโดมิโนผ่าน
3 ช่องทางหลักที่จะดันราคาสินค้าปลายทางให้พุ่งสูงขึ้น:
1. บรรจุภัณฑ์
(Packaging): ด่านแรกที่ผู้บริโภคต้องจ่าย
สัดส่วนต้นทุน: บรรจุภัณฑ์พลาสติกคิดเป็นประมาณ 10% ของต้นทุนพลังงานและทรัพยากรทั้งหมดในการผลิตสินค้าหนึ่งชิ้น
ราคาที่พุ่งขึ้น: คาดการณ์ว่าราคาฟิล์มยืดและบรรจุภัณฑ์พลาสติกจะปรับตัวขึ้นทันที 10-20% ตามราคาเม็ดพลาสติก (Resin) ที่ดีดตัวสูงขึ้น
สินค้าที่กระทบหนัก:
อาหารบรรจุถุง, น้ำดื่มบรรจุขวด, และน้ำยาทำความสะอาด
ซึ่งใช้พลาสติกประเภท
PE, PP และ
PET จำนวนมาก
2. อุตสาหกรรมสีและเคมีภัณฑ์ก่อสร้าง:
ต้นทุนที่ซ่อนอยู่
ผลกระทบต่อ TOA และผู้ผลิตสี: คุณจตุภัทร์ ตั้งคารวคุณ (CEO ของ TOA) ระบุชัดเจนว่า ผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่เป็นผลพลอยได้ (By-product) จากปิโตรเคมี เมื่อโรงงานต้นน้ำหยุดเดินเครื่อง ต้นทุนวัตถุดิบจึงพุ่งสูงขึ้นทันที
การปรับราคา:
คาดการณ์ว่าราคาสีทาบ้านและวัสดุก่อสร้างที่มีส่วนผสมของโพลิเมอร์จะปรับขึ้นในไตรมาสที่
2 ของปี
2569 เนื่องจากผู้ผลิตไม่สามารถแบกรับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้อีกต่อไป
3. สินค้าอุปโภคบริโภคและเครื่องใช้ไฟฟ้า
วัสดุคอมโพสิตและชิ้นส่วน: พลาสติกวิศวกรรมที่ใช้ในเครื่องใช้ไฟฟ้า (เช่น เคสทีวี, ตู้เย็น) และชิ้นส่วนยานยนต์ จะได้รับแรงกดดันจากราคาเม็ดพลาสติกที่พุ่งขึ้น
ตัวเลขเงินเฟ้อ:
นักวิเคราะห์ประเมินว่า
"วิกฤตปิโตรเคมี"
ครั้งนี้จะผลักดันให้เงินเฟ้อทั่วไป
(Headline Inflation) ของไทยเพิ่มขึ้นอีกราว
1% ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่สูงมากสำหรับค่าครองชีพในปัจจุบัน
ปล.ทำไม "มาม่า"
ถึงกระทบ?
แม้ตัวเส้นหมี่จะทำจากแป้งสาลี
แต่ "ซองมาม่า" คือบรรจุภัณฑ์ชนิดอ่อน (Flexible Packaging) ที่ประกอบด้วยพลาสติกหลายชั้น ซึ่งเป็นผลผลิตปลายน้ำของปิโตรเคมีโดยตรง
เมื่อโรงงานต้นน้ำอย่าง SCG
หรือโรงงานในภูมิภาคหยุดผลิต
ทำให้ราคาฟิล์มพลาสติกพุ่งสูงขึ้นทันที
ประกอบกับค่าขนส่งที่แพงขึ้นตามราคาน้ำมันในภาวะสงคราม ทำให้ "มาม่า" ซึ่งเป็นสินค้าที่มาร์จิ้นต่ำอยู่แล้ว
แบกรับต้นทุนไม่ไหวและต้องจ่อคิวปรับราคาตาม
คาดการณ์การปรับขึ้นราคาสินค้าปลายทาง (ไตรมาส 2/2569)
หมวดสินค้า สาเหตุหลัก คาดเพิ่มขึ้น
(%)
น้ำดื่ม/เครื่องดื่ม
(ขวด
PET) ราคาเม็ด
PET พุ่ง
+ ค่าขนส่ง +5%
ถึง
+10%
อาหารบรรจุถุง/ขนมขบเคี้ยว ฟิล์มพลาสติกแพงขึ้น +5%
ถึง
+15%
สีทาบ้านและวัสดุกันซึม สารเติมแต่งปิโตรเคมีขาดแคลน +10%
ถึง
+20%
เครื่องใช้ไฟฟ้าและเคสพลาสติก พลาสติกวิศวกรรมราคาสูงขึ้น +3%
ถึง
+7%
บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป
(มาม่า) ต้นทุนซองพลาสติก และค่าขนส่ง +5%
ถึง +12%


COMMENTS